EV INNOVATION

MG ผู้นำด้านยนตรกรรมอัจฉริยะ

เพราะความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีและวิศวกรรมที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องมีแค่ในสนามแข่ง แต่สามารถสัมผัสได้บนท้องถนน MG จึงมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์เพื่อให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกมิติ ด้วยแกนหลัก 4 ประการ คือ Electrification, Sharing, Intelligent, Globalization

videoImg

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์อัจฉริยะ MG จึงนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า EV (Electric Vehicle) รถยนต์พลังงานทางเลือก หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และผลักดันเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคตให้ไม่ต้องเป็นเพียงความฝันอีกต่อไป

EV นวัตกรรมแห่งอนาคต

รถยนต์ EV หรือ Electric Vehicle คือ ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้า แทนการใช้น้ำมัน โดยรถยนต์ EV จะเก็บพลังงานเอาไว้ในแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จได้ และนำพลังงานไฟฟ้าเหล่านั้นมาใช้ในการขับเคลื่อนผ่านทางมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้รถยนต์ EV มีแรงบิดสูงสุดตั้งแต่ออกตัว เนื่องจากไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์ จึงออกตัวได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งในการวางแบตเตอรี่ ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความสมดุลของตัวรถ แบตเตอรี่ที่ถูกวางไว้ที่ส่วนพื้นของรถ จะทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งทำให้สมรรถนะในการขับขี่ดียิ่งขึ้น

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% นอกจากจะทำให้การขับขี่ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องใช้การเผาไหม้ในการขับเคลื่อน ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบ ไร้เสียงเครื่องยนต์ และไม่มีไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน ขับขี่ง่ายไม่ก่อให้เกิด มลพิษทางอากาศและเสียง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ เรียกสั้นๆว่า

EV (Electric Vehicle)

ซึ่งรถยนต์ EV มีส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อน เพียง 3 ส่วนคือ แบตเตอรี่ (E-Battery) ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (E- Control) และระบบส่งกำลังขับเคลื่อนหรือมอเตอร์ไฟฟ้า (E-Drive) ที่จะทำงานร่วมกันโดยมีจุดเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าส่งพลังงานต่อไปยังตัวมอเตอร์ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งระบบการทำงานจะมีการจัดการด้วยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด การทำงานของรถยนต์ EV มีกลไกลที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีชิ้นส่วนและระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ มาให้กังวลใจ จึงง่ายต่อการดูแลรักษา ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ทั้งค่าซ่อมบำรุงรักษา รวมไปถึงค่าพลังงานไฟฟ้าที่มีราคาถูกกว่าพลังงานเชื้อเพลิง ยิ่งไปกว่านั้น MG ได้มีการคิดค้น และพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้า (E-Drive)รวมถึงเทคโนโลยี Hair-pin Widing Design ที่ช่วยให้สามารถระบายความร้อนได้ดี ทำให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองการขับขี่ของคุณให้มีอัตราเร่งได้ดั่งใจเพราะมอเตอร์ไฟฟ้าสั่งการให้เกิดการขับเคลื่อนได้ทันที รวมไปถึงระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (E- Control) ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ระดับโลก ASIL-D และ ISO26262 อีกด้วย

ซึ่งรถยนต์ EV มีส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อน เพียง 3 ส่วนคือ แบตเตอรี่ (E-Battery) ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (E- Control) และระบบส่งกำลังขับเคลื่อนหรือมอเตอร์ไฟฟ้า (E-Drive) ที่จะทำงานร่วมกันโดยมีจุดเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าส่งพลังงานต่อไปยังตัวมอเตอร์ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งระบบการทำงานจะมีการจัดการด้วยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

การทำงานของรถยนต์ EV มีกลไกลที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีชิ้นส่วนและระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ มาให้กังวลใจ จึงง่ายต่อการดูแลรักษา ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ทั้งค่าซ่อมบำรุงรักษา รวมไปถึงค่าพลังงานไฟฟ้าที่มีราคาถูกกว่าพลังงานเชื้อเพลิง ยิ่งไปกว่านั้น MG ได้มีการคิดค้น และพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้า (E-Drive)รวมถึงเทคโนโลยี Hair-pin Widing Design ที่ช่วยให้สามารถระบายความร้อนได้ดี ทำให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองการขับขี่ของคุณให้มีอัตราเร่งได้ดั่งใจเพราะมอเตอร์ไฟฟ้าสั่งการให้เกิดการขับเคลื่อนได้ทันที รวมไปถึงระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (E- Control) ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ระดับโลก ASIL-D และ ISO26262 อีกด้วย

วิวัฒนาการของ EV

เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้เราในทุกๆ ด้าน การวิวัฒนาการของรถยนต์จึงมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Gasoline (เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง) แต่ในช่วง ปี ค.ศ. 1973 หลังจากทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤติน้ำมัน วิศวกรยานยนต์และผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกจึงหันมาพัฒนารถยนต์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งเป็นรถยนต์ลูกผสมที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า แต่ในยุคของเทคโนโลยียานยนต์ที่ก้าวไปไกล ประกอบกับสภาวะอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น เกิดเป็นกระแสการอนุรักษ์พลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม อันเป็นเรื่องที่สังคมในปัจจุบันให้ความสำคัญมาก

ด้วยเหตุนี้ MG จึงพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100 % ทำให้ไม่มีการเผาไหม้ กลายเป็นยานยนต์พลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ระบบอื่นๆ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง สามารถขับเคลื่อนในระยะทางไกลได้ถึง 337 กิโลเมตร* และใช้เวลาชาร์จพลังงานน้อยลง**

* ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน และมลพิษ NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

**Fast charge ใช้เวลาเพียง 30 นาที แบตเตอรี่เต็ม 80%

ลิเธียม แหล่งพลังงานของโลกอนาคต...

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนรถยนต์ MG ZS EV คือ แบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งแบตเตอรี่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขนาดที่เล็กลง และสามารถให้พลังงานได้มากขึ้น ทำให้รถวิ่งได้นานขึ้น แบตเตอรี่มีความหนาแน่นสูงพิเศษ ทำให้กำลังไฟและความเสถียรสูงขึ้น เก็บไฟได้ดีขึ้น ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ไปได้ไกลสูงสุดถึง 337 กิโลเมตร*** สามารถชาร์จได้ตลอดเวลาแม้ไฟยังไม่หมด น้ำหนักเบา และที่สำคัญ MG มีนวัตกรรม Intelligent Battery Temperature Control Management System หรือระบบการจัดการอุณหภูมิอัจฉริยะ ที่จะช่วยให้ระบบต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะแวดล้อมต่างๆ

แบตเตอรี่ลิเธียม หรือ E-Battery ของ MG ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย UL2580 ซึ่งเป็นการทดสอบแบตเตอรี่ระดับสูงสุดในอเมริกา ที่สามารถทนทานต่อสภาวะต่างๆ ถึง 8 ด้าน ได้แก่ การทดสอบการลัดวงจร, ฝุ่นละออง, การบีบอัด, การกัดกร่อนจากน้ำเกลือ, การแช่น้ำ, การเผาไหม้, การชนประทะ และการกระแทก อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานการทดสอบแบตเตอรี่ IP67 ทดสอบด้วยการนำแบตเตอรี่จมอยู่ในน้ำที่มีความลึก 1 เมตร เป็นระยะเวลา 30 นาที และเมื่อนำขึ้นมา แบตเตอรี่ยังคงทำงานได้ดีเป็นปกติ

*** ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน และมลพิษ NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

เพื่อให้สะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น รถพลังงานไฟฟ้า

สามารถชาร์จไฟ ได้ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ

Charging Cable

รถ MG ZS EV ทุกคัน จะมาพร้อมกับสายชาร์จฉุกเฉินหรือ MG Charging Cable ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้สายชาร์จฉุกเฉินนั้น ควรทำการเสียบสายชาร์จกับเต้ารับที่มีสายดินโดยตรงเท่านั้น และในวงจรของเต้ารับนั้น ห้ามมีอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆใช้ร่วมด้วย ทั้งนี้ควรได้รับการตรวจสอบจากช่างผู้ชำนาญการ และห้ามต่อพ่วงกับปลั๊กพ่วงโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

MG Home Charger

การชาร์จผ่านเครื่องชาร์จของ MG ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะดวกสบายในการชาร์จไฟมากยิ่งขึ้น สามารถชาร์จ 0%-100% เต็ม ใช้ระยะเวลาประมาณ 6.30 ชั่วโมง โดยระยะเวลาในการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณกำลังไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่

สำหรับการติดตั้ง MG Home Charger นั้น สามารถแจ้งข้อมูลให้กับพนักงานขาย โดยกรอกรายละเอียดใน แบบฟอร์มแจ้งงานสำรวจ และติดตั้ง MG HOME CHARGER เพื่อใช้ช่างผู้ชำนาญการติดต่อนัดหมาย เพื่อทำการตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟฟ้าของบ้านและจุดที่ติดตั้ง MG Home Charger

Public Charging Station

สำหรับสถานีชาร์จสาธารณะ จะสามารถชาร์จได้ทั้งแบบ Normal Charge ผ่านทางเครื่องชาร์จที่มีหัวชาร์จแบบ Type 2 และการชาร์จแบบ Quick Charge ที่มีหัวชาร์จแบบ CCS ซึ่งระยะเวลาการชาร์จของ Quick Charge จาก 0-80% จะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที โดยระยะเวลาในการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณกำลังไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่

*ในรุ่น MG ZS EV เท่านั้น

สถานีชาร์จรถไฟฟ้า

ปัจจุบันมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะไว้อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถยนต์ ZS EV กว่า

300

แห่งทั่วประเทศ

และในขณะนี้ MG ได้ร่วมมือกับ EA Anywhere วางแผนขยายที่ชาร์จไฟสาธารณะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น